บทที่ 4 ตอนที่ 4

หน้าที่พี่เลี้ยงหรือคนถูกเลี้ยง

หลายวันผ่านไป

เสียงคีย์บอร์ดดังระงมไปทั่วแผนกทรัพยากรบุคคล บรรยากาศช่วงสิ้นเดือนคือสมรภูมิรบขนาดย่อมของพนักงานออฟฟิศ กองแฟ้มเอกสารประเมินผลการทำงานวางซ้อนกันเป็นภูเขาบนโต๊ะของฟ้า

ดวงตาคู่สวยจ้องเขม็งไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบ มืออวบยกขึ้นรวบผมที่ปรกหน้าขึ้นมัดเป็นหางม้าลวกๆ เพื่อระบายความร้อนและความหงุดหงิดที่เริ่มก่อตัว งานกองท่วมหัวจนเธอแทบไม่มีเวลาขยับตัวไปกินน้ำ

เงาร่างสูงของเด็กฝึกงานขยับเข้ามาใกล้ พีชเลื่อนเก้าอี้ของตัวเองมาประชิดโต๊ะเธอจนไหล่แทบจะชนกัน ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมมาดึงแฟ้มเอกสารปึกใหญ่ไปจากมือเธอหน้าตาเฉย

"ทำอะไรน่ะพีช เอาคืนมาเลย พี่ต้องรีบคีย์ข้อมูลให้เสร็จก่อนเลิกงานนะ" ฟ้าหันไปดุเสียงเขียว พยายามจะแย่งแฟ้มคืน

"พี่ฟ้าหน้ายุ่งหมดแล้ว พักก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมจัดการตรงนี้เอง"

"จะบ้าเหรอ เราเป็นแค่เด็กฝึกงาน จะมาทำเอกสารประเมินผลแทนพนักงานได้ยังไง เอาคืนมา"

"ผมบอกว่าทำได้ก็ทำได้สิครับ พี่ฟ้านั่งเฉยๆ เถอะน่า"

พีชไม่ยอมคืนแฟ้มให้ เขาพลิกหน้ากระดาษอย่างรวดเร็ว กวาดสายตาอ่านข้อมูลเพียงครู่เดียว นิ้วยาวก็รัวลงบนคีย์บอร์ดด้วยความเร็วและความแม่นยำที่ทำเอาฟ้าอ้าปากค้าง ท่าทางคล่องแคล่วราวกับคนทำงานมาเป็นปีๆ ขัดกับคราบนักศึกษาปีสี่อย่างสิ้นเชิง ฟ้าได้แต่นั่งมองตาปริบๆ เมื่อเห็นว่าเด็กฝึกงานของเธอจัดการคีย์ข้อมูลตัวเลขซับซ้อนเหล่านั้นได้เร็วกว่าเธอเสียอีก

ระหว่างที่สายตาจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ มืออีกข้างของพีชก็ล้วงสมาร์ตโฟนเครื่องหรูขึ้นมากดสั่งอะไรบางอย่างยุกยิก ไม่ถึงยี่สิบนาทีต่อมา พนักงานส่งอาหารก็นำถุงกระดาษโลโก้ร้านเบเกอรีชื่อดังใจกลางเมืองมาส่งถึงหน้าโต๊ะ

พีชรับถุงนั้นมาแกะกล่องอย่างเบามือ เค้กสตรอว์เบอร์รีครีมสดชิ้นโตหน้าตาน่ากินพร้อมกับช็อกโกแลตเย็นปั่นถูกเลื่อนมาตรงหน้าฟ้า

"กินสิครับ"

"ซื้อมาทำไมอีก พี่บอกแล้วไงว่าไม่ต้องเปย์ของกินพี่ทุกวัน" ฟ้าบ่นอุบอิบ แม้สายตาจะเผลอมองสตรอว์เบอร์รีลูกโตบนเค้กก็ตาม

"ผมจำได้ว่าเวลาพี่ฟ้ามัดผมหางม้าแปลว่ากำลังเครียด งานพวกนี้เดี๋ยวผมทำเอง พี่ฟ้ากินของอร่อยอารมณ์จะได้ดีขึ้นไงครับ"

คนพูดไม่ได้หันมามองหน้าเธอด้วยซ้ำ เขายังคงรัวคีย์บอร์ดต่อไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าประโยคที่หลุดออกมากลับทำให้คนฟังชะงัก ฟ้าก้มมองเค้กราคาแพงในจานสลับกับเสี้ยวหน้าด้านข้างของเด็กหนุ่ม เขาเก็บรายละเอียดของเธอแม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการมัดผมเชียวหรือ

"แหม โต๊ะนี้มันยังไงกันคะเนี่ย"

เสียงแหลมของพี่มายด์ดังแทรกขึ้นมา ฟ้าสะดุ้งสุดตัว รีบเงยหน้ามองรุ่นพี่ที่เดินถือแก้วน้ำมาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะ พร้อมกับพนักงานแผนกอื่นอีกสองสามคนที่ชะโงกหน้ามามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"น้องพีชมาฝึกงานหรือมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวให้น้องฟ้ากันแน่จ๊ะ แย่งงานพี่เขาทำหมดเลย แล้วดูสิ ซื้อเค้กร้านหรูมาเสิร์ฟถึงที่อีก ตกลงใครเป็นพี่เลี้ยงใครกันล่ะเนี่ย"

"นั่นสิ พี่เห็นตั้งแต่วันแรกแล้วนะ น้องพีชดูแลน้องฟ้าดี๊ดี เปิดโหมดสายเปย์ตลอด สงสัยสวัสดิการแผนกเราจะดีเกินไปแล้วมั้ง"

เสียงหัวเราะคิกคักดังระงมไปทั่วบริเวณ ฟ้าอ้าปากเตรียมจะปฏิเสธ แต่พีชกลับชิงตอบขึ้นมาก่อน

"ก็พี่ฟ้าเป็นพี่เลี้ยงผมนี่ครับ ผมก็ต้องดูแลพี่เขาให้ดีที่สุดสิ เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อยมาก"

เขาตอบหน้าตาย แถมยังส่งยิ้มหวานประจบพี่ๆ ในแผนกจนทุกคนพากันหมั่นไส้ปนเอ็นดู ทิ้งให้ฟ้านั่งทำหน้าไม่ถูกอยู่คนเดียว

ฟ้าหน้าร้อนผ่าว ความร้อนลามเห่อขึ้นไปจนถึงใบหู เธอรีบก้มหน้าก้มตาตักเค้กเข้าปากเพื่อหลบสายตาล้อเลียนของคนทั้งแผนก รสชาติหวานอมเปรี้ยวของสตรอว์เบอร์รีแผ่ซ่านไปทั่วลิ้น แต่มันคงไม่หวานเท่าความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นเงียบๆ

ความใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และความเอาแต่ใจแบบเนียนๆ ของเขาทำเอาเธอเผลอใจเต้นผิดจังหวะไปแวบหนึ่ง

แต่เพียงแค่เสี้ยววินาที ฟ้าก็รีบเหยียบเบรกความคิดตัวเองจนหัวทิ่ม

ท่องเอาไว้ฟ้า ยุบหนอ พองหนอ อย่าไปคิดลึกเด็ดขาด เด็กมันก็แค่บ้านรวยและใจดีไปเรื่อยตามประสาคนมีเงินเหลือใช้แหละ ระดับนักบาสอินเตอร์หล่อออร่าจับ ขับรถสปอร์ตคาร์มาทำงานขนาดนี้ จะมาคิดอะไรกับพี่เลี้ยงสาวอวบหน้ากลมแสนธรรมดาแบบเธอกัน

ฟ้าตักเค้กเข้าปากอีกคำ ปล่อยให้ความหวานเยียวยาความว้าวุ่นในใจ พยายามทำเป็นไม่สนใจสายตาแพรวพราวของเด็กฝึกงานตัวสูงที่แอบลอบมองเธอเคี้ยวขนมแก้มตุ่ยด้วยความพอใจ ปล่อยให้หมาเด็กสายเปย์นั่งปั่นงานแทนเธอต่อไปแบบเงียบๆ ก็แล้วกัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป